อุษาวดี's profile^^ Au ~ Ju ~ Mu ~ JuNG ....PhotosBlogListsMore Tools Help
Lists

อุษาวดี ฉิมมา

Occupation

^^ Au ~ Ju ~ Mu ~ JuNG ....

~เก็บเรื่องราวดี ๆ ไว้ในความทรงจำตลอดไปนะ..^^
March 28

ไอ้อ้วน (ต่อ)

เช้าวันจันทร์เข้ามาอีกครั้ง เป็นวันที่อากาศเย็นกำลังสบายทีเดียว
ไอ้อ้วนยังคงนอนหลับสบายอยู่บนเตียง มันคงคิดว่าเป็นเจ้าของเตียงนี้ไปแล้ว
เพราะตั้งแต่มันลืมตามาดูโลกใบนี้ มันก็ได้สัมผัสกับเตียงนี้ตั้งแต่แรกแล้ว
ใช่แล้ว ไอ้อ้วนมันเกิดบนเตียงอันแสนอบอุ่นนี้เอง
น้องฟางตื่นขึ้นมาพร้อมกับความสดชื่น สวมกอดแมวอ้วนขนนุ่มด้วยความรัก
"ไอ้อ้วน ... น่ารักจังเลย หลับบายเชียวนะ"
"ตื่นเลย ๆ ไอ้อ้วน"
"เหมี่ยว ๆ ๆ ๆ "
 
October 21

รวมเรื่องอ่านแล้วจี๊ดดด

วันนี้ได้นำเรื่องราวดี ๆ เราอ่านแล้วชอบ อ่านแล้วจี๊ดดดด มาฝากกัน
เรื่องที่ 1 เรื่องนี้ได้อ่านมานานมากแล้ว ไม่ต้องอธิบายมาก เริ่มเลยละกาน

ชื่อเรื่อง : นิทาน..อ่านแล้วจี๊ดดด

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เมื่อครั้งที่พระเจ้าสร้างโลก พระองค์มีถุงหนังใบใหญ่เอาไว้ใส่ ของวิเศษต่างๆ

พระองค์เริ่มต้นด้วยการ สร้างมหาสมุทร ทั้ง 7 โดยการวางของวิเศษของพระเจ้า พระองค์จะต้องวางทั้งของดีและของไม่ดี คู่กันไป เ

พื่อไม่ให้ประเทศหนึ่งประเทศใด สมบูรณ์ไปกว่าประเทศอื่นๆ

ทรงเอาเทือกเขาร็อกกี้ น้ำตกไนแองการ่า วางไว้ให้อเมริกา แล้วก็เอาทะเลทรายอริโซน่า กับพายุทอนาโดวางไว้ด้วย

เอาป่าอเมซอน วางไว้ให้บราซิล ทรงเอาไข้ป่า วางไว้ให้ด้วย เอาขั้วแม่เหล็กโลก วางไว้ให้แคนาดา แต่ก็ทรงเอาความหนาวเย็นวางไว้ให้

เอาเทือกเขาหิมาลัย ให้ธิเบตกับเนปาล เพื่อเป็นปราการกั้นข้าศึก แต่ก็เอาความเบาบางของอากาศ และความแห้งแล้งไว้ให้

ทุกประเทศจะได้ของคู่กันแบบนี้ ทั้งหมด จึงไม่มีประเทศใดน้อยหน้ากว่ากัน

คราวนี้ พระองค์ทรงลืมประเทศรูปขวานเล็กๆ ทางแหลมอินโดจีน

ทรงสะพายถุงวิเศษ แล้วก้าวข้ามเขาหิมาลัยไป แต่ด้วยความที่เขาสูงมาก เกี่ยวถุงของพระเจ้าขาด

ข้าวของที่ดีๆที่เตรียมเอาไว้ให้ประเทศอื่นๆ เช่น ชายหาดสวยๆ ผืนดินอุดมสมบูรณ์ ศิลปะวัฒนธรรมดีๆ อาหาร อร่อยที่สุดในโลก

ดอกไม้ ผลไม้ ชายทะเล ก็เทไปกองรวมกันที่ประเทศไทยหมด

ว้า แย่แล้ว พระเจ้า ทรงคิด ประเทศนี้ ท่าทางต้องเจริญกว่าประเทศอื่นๆ
ทั้งหมดแน่นอน

พระเจ้าทรงมองหาภัยธรรมชาติที่จะมาถ่วงดุล แต่สายเสียแล้ว พระองค์ทรงเอาภูเขาไฟ กับแผ่นดินไหว ให้ญี่ปุ่นไปแล้ว

ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ ประเทศอื่นๆ จะมาฟ้องร้องพระองค์ได้ว่าพระองค์ไม่ยุติธรรม

จะมีภัยธรรมชาติอันใดหนอที่ จะทำให้ประเทศไทยไม่เจริญกว่า ประเทศอื่นๆได้ เมื่อทรงคิดได้

เพื่อเป็นการป้องกันประเทศอันสมบูรณ์ที่สุดในโลกนี้ ไม่ให้ล้ำไปกว่าที่อื่นๆ

พระองค์ก็เลยสร้าง คนไทยขึ้นมา ถ้ามีคนไทยอยู่ล่ะก็ ต่อให้สมบูรณ์แค่ไหน ไทยก็ไม่มีวันเจริญ

.............The end.................

เรื่องที่ 2

ชื่อเรื่อง : เศรษฐีกับชาวนา โอ้วว .. อ่านแล้วจี๊ดดด

มหาเศรษฐีเกือบจะชราผู้หนึ่งสุดแสนจะภูมิใจที่ลูกชาย วัยห้าขวบของเขากำลังจะได้
เข้าเรียนในโรงเรียนชื่อดัง ซึ่งระดับเศรษฐีอย่างพวกเขาเท่านั้น

จึงจะมีปัญญาส่งลูกหลานเข้าเรียนใน โรงเรียนนี้ได้

โดยส่วนตัวของเขาเองก็อยากจะสอนให้ลูกชายรู้จักกับชีวิตจริงในโลกควบคู่ไปกับ

การสอนทฤษฏีในโรงเรียน

ในวันหยุดเขาจะตระเวนพาลูกชายคนเดียวไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ

แล้ววันหนึ่งเขาก็คิดถึงหัวข้อการสอนเรื่อง ความยากจน

เพราะเขามีความเชื่อว่าลูกชายของเขาคงไม่มีวันรู้จัก แน่นอน

เขาจึงพาลูกชายไปเยี่ยมครอบครัวชาวนาครอบครัวหนึ่ง

และพักอยู่กับชาวนาเป็นเวลา 1 วัน 1 คืน

เมื่อกลับถึงคฤหาสน์ของเขาในวันต่อมามหาเศรษฐีก็จะทดสอบว่า

ลูกชายได้อะไรบ้างจากการไปพักแรมกับชาวนาผู้ยากจน

ลูกชายตอบคำถามผู้เป็นบิดาว่า

เขาขอขอบคุณเป็นอย่างมากที่ได้พาเขาไปพบกับชาวนา

และพักแรมที่นั่น ซึ่งทำให้เขาได้พบว่า.....ชาวนามีที่ทำงานเป็นท้องนา ที่กว้างใหญ่

ในขณะที่พ่อมีเพียงห้องสี่เหลี่ยมที่ว่ากว้าง

แต่ก็ยังน้อยกว่าห้องทำงานของชาวนา

อาหารที่ชาวนารับประทานสามารถหาได้ตลอดเวลารอบๆบริเวณบ้านโดยไม่ต้องซื้อหา

ในขณะที่บ้านของเรามีตู้เย็นเท่านั้นที่เป็นที่เก็บอาหาร

เวลารับประทานอาหารก็มีเพื่อนคุยอย่างพร้อมหน้าพร้อม ตาพ่อแม่ลูก

ในขณะที่ตัวเองก็ต้องนั่งทานอาหารกับโต๊ะอาหารที่ยาว เกือบสิบเมตร

และมีเก้าอี้ว่างเปล่าทั้งสองด้าน

ลูกชาวนาที่ซ้อนท้ายจักรยานของพ่อเขาต้องกอดเอวพ่อให้แน่น

เพื่อจะได้ไม่ตกจากจักรยาน

แต่เขาเองต้องนั่งในรถที่ใหญ่โตอยู่ข้างหลังเพียงลำพังโดยมีคนขับรถพาไปทุกที่

ชาวนามีแสงดาวแสงจันทร์เป็นโคมไฟส่องสว่างตลอดเวลาใน เวลากลางคืนโดยไม่ขาดแคลน

แต่เขาก็มีเพียงแสงจากโคมไฟที่ต้องซื้อด้วยเงิน

.........
ชาวนามีรั้วบ้านเป็นแม่น้ำภูเขาที่กว้างสุด ลูกหูลูกตา

แต่เขาเองกลับมีเพียงแค่กำแพงบล๊อคในพื้นที่ไม่กี่ไร

ลูกชาวนาได้มีเพื่อนเล่นเป็นจิ้งหรีดหิ่งห้อยนับร้อย นับพัน

แต่เขาเองกลับไม่มีใครเลย

เขาขอบคุณพ่ออีกครั้งที่ทำให้เขารู้คำตอบว่า.....จริงๆ แล้ว.......เรายากจนกว่าชาวนามาก

....................The end ......................

เรื่องสุดท้าย

ชื่อเรื่อง : ความรัก อ่านแล้วจี๊ดดด

สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตเรา..คือชีวิตเรา

สิ่งที่มีค่าที่สุดในใจเรา คือหัวใจเรา

อย่าเอาชีวิตทั้งชีวิตไปยกให้ใคร

อย่าเอาใจทั้งใจไปยกให้ใครคนเดียว

อย่ายกสิ่งที่มีค่าที่สุดและดีที่สุดของเราไปให้ใครดูแล

เพราะไม่มีใคร ที่จะดูแลมันได้ดีไปกว่าตัวเราเอง

อย่าปิดกั้นความรู้สึกของหัวใจ

อย่าบอกว่าเกิดมาเพื่อรักคน ๆ เดียว

คนใจแคบเท่านั้น ที่เกิดมาเพื่อรักคนได้คนเดียว

เราสามารถรักใครต่อใครได้มากมาย

ขอเพียงให้รู้จักหน้าที่ของความรัก

หน้าที่ที่จะปฏิบัติต่อคนที่เรารัก

รักต่างแบบ ปฏิบัติในหน้าที่ต่างกัน

แล้วเมื่อวันใดวันหนึ่ง

คนบางคนไม่แยแสกับกับความรักที่เรามีให้

เราก็ยังคงเหลือใครต่อใครอีกมากมาบ

และไม่เห็นต้องเจ็บเจียนตาย

ถ้าเรามั่นใจ ว่าเราทำหน้าที่ให้รักนั้นเต็มที่แล้ว

อากาศร้อนอบอ้าว

ออกมายืนคุยกับแสงแดด

อากาศหนาวขาดใจ

ออกมาหาอุ่นไอลมหนาว

เราจะรู้ว่าร้อนหรือหนาว ก็ต่อเมื่อเราได้สัมผัสกับมัน

ก็เหมือนกับความรัก อยากรู้ว่ารสชาติเป็นยังไง

ก็ต้องไปสัมผัสกับมัน แต่อย่าทรมานตัวเอง

ด้วยการยืนตากแดดนาน ๆ หรือยืนต้านทานลมหนาว

ถ้ารู้ว่าร้อนนัก ก็หลบที่ร่ม

ถ้ารู้ว่าหนาวนัก ก็ก่อเตาผิง

ความรักจะไม่ทำร้ายเรา ถ้าเราไม่ทำร้ายตัวเอง

ถ้าเธอรู้จักรัก แสงแดดจะทำให้เธออบอุ่น

ลมหนาวจะทำให้เธอหลับสบาย

................The end................

 

 

 
 
July 11

ไอ้อ้วน

หวัดดีจ๊ะฉันเป็นแมวอ้วนสีขาวลายสีดำ หรือสีดำลายสีขาวก็ได้ บนตัวฉันมีแค่ 2 สีเท่านั้นแหละ   ฉันชื่ออ้วน เดิมทีแล้วฉันไม่มีชื่อหรอก แต่เป็นเพราะว่าฉันน่ะเป็นแมวที่ค่อนข้างจะกินเก่งไปซักหน่อย ท้องของฉันก็เลยใหญ่ขึ้น ๆ ๆ ในที่สุดเจ้านายฉัน ก็เลยเรียกฉันว่า ไอ้อ้วน ถ้าถามฉันว่าฉันชอบชื่อนี้รึเปล่า ไม่รู้ซินะ ชอบรึเปล่าก็ไม่รู้ มันไม่เกี่ยวนี่นา ก็แค่ชื่อเอง ไม่ว่าฉันจะชื่ออะไร ฉันก็ยังเป็นฉันอยู่ดี  ไม่ว่าฉันจะชื่อไมเคิล เบกแฮม หรืออะไรก็แล้วแต่ ฉันก็ยังคงเป็นแมวอ้วน ขี้อ้อนอยู่วันยังค่ำ

วันนี้ฉันจะเล่าเรื่องเจ้านายของฉันให้เธอฟังก็แล้วกันนะ เจ้านายของฉันน่ะชื่อน้องฟาง  จริง ๆ น้องฟางก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะเลี้ยงฉันเท่าไหร่หรอก ฉันคิดเองนะว่าคงเป็นเพราะความจำเป็นมากกว่า  คือฉันน่ะเป็นลูกแมว ลูกแมวก็ต้องมีแม่แมวจริงมั๊ย แม่ของฉันน่ะ ไม่มีชื่อเหมือนฉันหรอก

ทำไมแม่ถึงไม่มีชื่อเหมือนอ้วนล่ะครับแม่ อ้วนถามอย่างสงสัย

อืม...อาจเป็นเพราะแม่ไม่ได้เกิดที่นี่ และก็ไม่ได้โตที่นี่มั๊งลูก แม่แมวไม่มีชื่อตอบลูกอย่างเอ็นดู

แม่ไม่ได้เกิดที่นี่เหรอครับอ้วนสงสัย

จ๊ะลูกแม่แมวตอบ

แล้วแม่เกิดที่ไหนครับ แล้วมาอยู่ที่นี่บ้านน้องฟางได้ยังไง อ้วนซักต่อ

ก่อนที่แม่จะเข้ามาอยู่ในบ้านน้องฟาง แม่เกิดและโตที่บ้านป้าของน้องฟางจ๊ะลูก

ยังไงต่อฮะแม่

ที่บ้านป้าของน้องฟางมีคนอยู่แยะ เสียงดังวุ่นวาย แม่เองชอบอยู่อย่างสงบ ก็เลยอพยพมาอยู่ที่บ้านของน้องฟางนี่ล่ะจ๊ะแม่แมวยิ้มแล้วเล่าต่ออีกว่า ทีแรกแม่เห็นว่าบ้านน้องฟางก็ไม่ได้เลี้ยงสัตว์อะไร เลยคิดจะเข้ามาขออาศัยอยู่ก่อน แต่คิดอีกทีก็กลัวอยู่เหมือนกันว่าเค้าจะไม่ชอบสัตว์เลี้ยงแล้วจะไม่ให้แม่อยู่

แต่แม่ก็อยู่ที่นี่จนทุกวันนี้นี่ฮะ อ้วนเสริม

ใช่จ๊ะลูก น้องฟางเป็นคนรักสัตว์ ส่วนพ่อกับแม่น้องฟางก็ไม่ว่าอะไรถ้าจะเลี้ยงพวกเราเอาไว้

อ้อ... มีอยู่ครั้งนึงนะ จำได้ว่าพี่สาวของแม่เนี่ยป่วยหนักมาก เลยเข้ามาพักฟื้นที่บ้านน้องฟาง น้องฟางก็คอยให้อาหารดูแลอยู่ไม่ห่างเลยทีเดียว สุดท้ายก็ยื้อชีวิตพี่สาวแม่ไว้ไม่ได้ น้องฟางเสียใจมาก ร้องห่มร้องไห้อยู่พักใหญ่ทีเดียวกว่าจะหยุด พอหยุดแล้วก็รีบไปขุดหลุมเพื่อฝังศพพี่สาวของแม่ แล้วยังจุดธูป สวดมนต์ให้พี่สาวแม่อีกแม่ประทับใจน้องฟางเธอจริง ๆ แม่เล่าพรางอมยิ้มเมื่อนึกถึงน้องฟาง

จริงซิลูก..นี่ก็เย็นแล้ว ลูกกินอะไรรึยังจ๊ะ แม่ถามอย่างเป็นห่วง

ยังฮะแม่ น้องฟางยังไม่กลับจากโรงเรียนเลยฮะอ้วนตอบ

แต่เดี๋ยวคงกลับมาฮะแม่ นี่ก็เย็นแล้ว อ้วนเสริม

..............................

.................................

..........................................

กลับมาแล้วจ้า... เป็นไงบ้าง น้องฟางทักแมวอ้วนที่วิ่งเอาหน้ามาคลอเคลียเมื่อเห็นน้องฟางกลับจากโรงเรียน

เมี๊ยว ..ๆ .. ๆ อ้วนอ้อนอย่างเคย

หิวเหรอ ไม่มีใครอยู่บ้านเลย หิวแย่เลยเนอะอ้วนนนน น้องฟางพูดกับอ้วนอย่างเอ็นดูพลางยกอ้วนมาไว้บนไหล่ซ้าย น้องฟางเอียงคอสัมผัสกับขนนุ่ม ๆ ของอ้วน ฮืม...คิดถึงจริง ๆ เลย ไอ้อ้วน

ป่ะ เดี๋ยวหาขาวให้กินนะน้องฟางบอก เมี๊ยว วววอ้วนตอบ....

 

April 08

บันทึกลับ..ที่ไม่ลับ~~ เอ้อ !!

วันนี้ไม่มีไรแค่อยากเขียน อยากเล่าเฉย ๆ ค่ะ
ขอเริ่มเรื่องราว..คราวนี้ ที่เมื่อคืนละกานนะ เพื่อน ๆ
เมื่อคืนนี้กลับหอดึก..ไม่หรอกจะเรียกว่าเช้าก็ได้ เพราะมันเข้าวันใหม่แล้วอ่ะ
กลับถึงหอก็ตี 1 ก่า ๆ คืนนี้ต้องรีบนอน
เพราะว่าตอนตี 5 นัดกะเพื่อนไว้ จะไปเที่ยวกันน่ะค่ะ
ก่าจะได้นอน ก็ปาเข้าไป ตี 2 ได้มั๊งคะ นอน ๆ อยู่ดี เสียงโทรสับดังซะงั้น
กดรับ..ฮัลโหล~~~ ว่าไงมีอะไรเหรอ....
แกหลับแล้วเหรอ...อืมหลับแล้ว
แกอยากตื่นมั๊ย...ไม่อ่ะ พรุ่งนี้มีนัดแต่เช้า
เหรอ...เออ ๆ มีอะไรเล่ามา เสียงแปลก ๆ
แล้วก็คุย ๆ ๆๆๆๆๆๆ
พระเจ้า ตี 4 เออวะ นอนซักครึ่งชั่วโมงก็ยังดีวะ
ตื่นตี 4 ครึ่งก็ได้ อาบน้ำครึ่งชั่วโมง เห่อๆๆๆ พอดี
ตี 4 ครึ่ง โอย ง่วงชะมัด...อาบน้ำ ๆ
อาบเสร็จดูนาฬิกา เออ ตี 5 พอดี
แต่งตัวอีก ไม่เป็นไรไปช้านิดหน่อย
ตี 5 ก่า นิดหน่อย กะลังจะออกจากหอ
เสียงโทรสับดัง คิดว่ามันคงโทรตามละ
แง่วววว...ที่ไหนได้ cancel นะเพื่อน
โอย..ตูจะตื่นมาอาบน้ำทำไมเนี่ย
แต่ก็ดีใจที่จะได้นอนอย่างเต็มที่ เห่อๆๆ
ดีเหมือนกัน...
ตื่นอีกที 9 โมงก่า ๆ มั๊ง แม่โทรมาคับ
คุยเรื่องอะไรอ่ะ จำไม่ได้แล้ว
แบบว่าคุย...แบบหลับ ๆ อ่ะ
วันนี้ทั้งวัน..ดูเหมือนจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับหนังสือ
ที่ซื้อมจากงานสัปดาห์หนังสือ..October : 3
เออ..อ่าน ๆ มันก็สนุกดีนะ ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
มองผ่านกลุ่มคนต่าง ๆ ทั้งผู้นำประเทศ นักธุรกิจ ฯลฯ
มีความรู้มากขึ้น..ทำให้เรามองอะไรกว้างขึ้น
จากที่เคยมองแค่ในส่วนของเราที่เราเห็นได้ ..
ความคิดบางอย่างก็เปลี่ยนไป..ดีเหมือนกัน
ยังไง ..ใครสนใจไปหาอ่านได้นะคะ
............October..............
 
 
 
April 06

ว่างเปล่า..

ตอนนี้เรียนจบแล้ว....เป็นความรู้สึกที่มีหลากหลายจริง ๆ
ทั้งดีใจ เศร้า และอื่น ๆ บอกไม่ถูก
นี่เราจะต้องไปทำงานแล้วเหรอเนี่ย... เร็วจัง..
ยังรู้สึกว่าตัวเองยังไม่โตเป็นผู้ใหญ่พอเลย
แต่ก็สมัครไปหลายที่เหมือนกันนะงานเนี่ย ..
ยังไม่มีการตอบกลับใด ๆ ทั้งสิ้น
ก็เข้าใจนะ .. ก็เพิ่งจะจบมาเองนี่...
จายเย็น ๆ เดี๋ยวก็ได้เองล่ะน่า.. พยายามเข้านะ
...จะพยายามค่ะ...
บางครั้งก็อยากอยู่แถว ๆ นี้ อยากอยู่ที่เดิม ที่ที่เราคุ้นเคย
บางครั้งก้อยากจะหนีไปไกล ๆ อยู่ในที่ที่ไม่มีใครรู้จัก
...เหมือนกับการเริ่มต้นชีวิตใหม่...
... ได้เจอคนใหม่ ๆ ..ทำสิ่งใหม่ ๆ...
..........................................
..........................................
..........................................
............อนาคตที่ไม่แน่นอน...........
.........ไม่มีอะไรแน่นอนหรอก...........
จริงมั๊ย ?
 
March 08

มาร์ชเทาทอง

ดูเด่นงามยามลมพักสะบัดพริ้ว
เทาทองปลิวเป็นมิ่งขวัญการศึกษา
บางแสนเราเลื่องชื่อเขาลือชา
เรียนกีฬาเราสู้ทุกผู้ไป
สีเทานั้นเปรียบเราเป็นเช่นนักปราชญ์
ชาญฉลาดเชิงวิช่ากว่าที่ไหน
สีทองเด่นเป็นผู้ดีมีวินัย
สูงกว่าใครคุณค่าครูอาจารย์
มาเถิดเราเทาทองทั้งน้องพี่
สามัคคีร่วมรักสมัครสมาน
น้ำใจดีโอบเอื้อจุนเจือจาน
ร่วมการงานตามวิถีน้องพี่กัน
...
เสรีภาพความคิดอิสระ
เราจะเกริกเกียรติศรีมีสุขสันต์
เพื่อบางแสนแดนดินที่ฝากชีวัน
เพื่อเรานั้นเป็นคนดีศรีชาติไทย
November 19

นิทานรอบดวงไฟ

นิทานรอบดวงไฟ

 

สัมผัสอันพิเศษเฉพาะเผ่าพันธุ์บอกให้ปีกใสรู้ว่า ค่ำคืนนี้ธรรมชาติมีบาง

อย่างเปลี่ยนแปลง คำรามของฝนหลงฤดูในเดือนเมษายน แม้แผ่วเบาจนแทบจะเป็นหนึ่งเดียวกับความสงัดเงียบ แต่ความแปลกแยกแห่งน้ำหนักเสียงนั้น ก็ล่องลอยผ่านใบไม้และสายลมยามเย็นมาแจ้งข่าวจนได้

เสียงแม่เรียกหาปีกใสดังเป็นระยะสลับกับการสาละวนเก็บข้าวของ พี่ปีกแก้วซึ่งแต่งงานมีครอบครัวไปแล้วจูงปีกใสเข้าไปในห้อง บอกให้รีบแต่งตัว ส่วนพ่อดูจะหงุดหงิดไม่น้อยที่ปีกมอม พี่ชายของเธอไม่อนาทรกับความตื่นเต้นของครอบครัว

ปีกมอม ลูกพร้อมแล้วหรือ คราวนี้ลูกจะพลาดอีกไม่ได้แล้วะทุกคนรู้ว่าพ่อพยายามข่มน้ำเสียงให้ดูเยือกเย็นลงทั้ง ๆ ที่กำลังเดือดมาก

ไม่พร้อมหรอก ผมไม่คิดจะพร้อมมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่พ่อให้ไป ผมก็จะไปเนื้อความที่พูดฟังดูห้าวหาญ แต่เขาไม่กล้าสบตาพ่อด้วยซ้ำ

เอาใหญ่แล้วนะปีกมอม ถียงทุกคำไม่มีหยุด เธอน่าจะชื่อปากมอมเสียเลยพี่ปีกแก้วโวยอย่างอดไม่ไหว เธอรีบออกมาดูอาการของพ่อ เพราะทุกครั้งของการพูดคุยกับปีกมอมจะจบลงด้วยอาการโรคหัวใจและความดันโลหิตสูงกำเริบเสมอ

แต่วันนี้พ่อเปลี่ยนไป ฝืนยิ้มบอกว่าไม่เป็นไร เสไปถามพี่ปีกแก้วว่าน้องแต่งตัวเสร็จแล้วหรือ ปีกใสก็อยากออกไปดูพ่อ แต่แม่ส่งสายตามาปรามไว้

หนูเป็นความหวังของพ่อ อย่าให้ต้องเสียใจกันอีก

ค่ะ แต่พี่ปีกมอมเค้า...

ช่างเถอะ

ปีกใสนิ่งไปนาน จนแอบเห็นน้ำตาของแม่นั่นแหละถึงรู้ว่า ช่างเถอะของแม่ไม่ได้หมายความว่าช่างเถอะเลย

 

ตะวันดวงแดงรอนแสงลงเต็มทีแล้วเมื่อพ่อพาครอบครัวบินออกมา

ปีกมอมบินไปหาวไปเหมือนไม่ยินดียินร้าย มองลงไปเบื้องล่าง ป้ามดดำขบวนขนไข่ออกจากรังเป็นทิวยาว

          เร็วเถอะลูก ฝนไล่หลังมาแล้วพ่อพูดโดยไม่ยอมละสายตาจากตัวตึกเบื้องหน้าที่เริ่มวาวแสงไฟ จนดูเรืองงามกลางฟ้าสีน้ำเงินก่ำ

          บนฟ้าวันนี้ ไม่ใช่เพียงครอบครัวของปีกใสเท่านั้น หากแต่ดูเหมือนว่า แมลงเม่าทั้งป่าจะออกมาโดยพร้อมเพียงกัน พ่อยิ้มขรึม ๆ ให้กับอาแมลงเม่ารังข้าง ๆ เขายิ้มสงวนท่าทีตอบกลับมา

          ขอให้ลูกคุณโชคดีครับพ่ออวยพร

          เช่นกันครับ อ้าวนั่นปีกมอมไปกับเขาด้วยหรือ ไหนบอกว่าไม่เอาแล้วไงคุณอาพูดยิ้ม ๆ ปีกมอมฮึดฮัดไม่พอใจ แต่พ่อเอาปีกแตะไหล่เป็นเชิงเตือนไว้ก่อน

          โง่ไปได้ เขาพยายามยั่วแกรู้ไหมพ่อดุหลังจากที่บินห่างออกมา

          ผมรู้ แต่ผมก็เคยพูดไว้อย่างนั้นจริง ๆ นี่เขาไม่เอาไปนินทากันทั่วแล้วหรือ เสียคำพูดก็ไม่เป็นลูกผู้ชายกันเท่านั้นเอง

            ถ้าคิดอย่างแก ลูกผู้ชายก็หมายความว่าโง่แล้วโง่เลย ไม่ต้องคิดใหม่ ไม่ต้องเลือกทางเดินให้ชีวิตใหม่ อย่างนั้นหรือ

          เป็นภาระของแม่กับพี่ปีกแก้วอีกนั่นแหละ ที่แยกพี่ปีกมอมซึ่งอ้าปากเถียงคอเป็นเอ็นให้บินห่างออกไป ปีกใสบินกระแซะข้างพี่ชาย เขายังดูอารมณ์ไม่ดีนัก แต่ก็เอื้อมปีกมาขยี้หัวน้องสาวเบา ๆ

          ทำไมเราต้องไปเข้ากองไฟด้วยล่ะพี่

            ไปถามพ่อซี ถามฉันเดี๋ยวเขาก็หาว่าถูกล้างสมองอีกคน

            ก็เอาอย่างที่พ่อบอกพี่ก็ได้

            ภูมิคุ้มกันมั้ง

            อะไรนะ

            ภูมิคุ้มกันเขาเน้นน้ำเสียง ว่ากันว่าถ้าเราได้ผ่านหลักสูตรการอังความร้อนอย่างถูกวิธีจากดวงไฟแล้ว สังคมแมลงเม่าก็ยอมรับว่าเรามีความสามารถในการดำรงชีวิต พ่อแม่จะตายตาหลับ

            พี่ว่าไงล่ะ มันจริงไหม

            ก็คงจริงมั้ง พ่อกับแม่เราเค้าก็เคยผ่านกันมาแล้วนี่

            อ้าว แล้วทำไมพี่ถึงไม่ยอมเชื่อ เวลาที่พ่อบอกให้ไปแข่งกันแย่งเข้ากองไฟกับเขา

            ไม่ใช่ไม่เชื่อ แต่ฉันไม่ชอบ

            อย่างคราวก่อน....

            คราวนั้นแหละ ฉันทนไม่ได้ที่จะต้องไปเบียดแย่งกัน ฉันว่าวิธีการมันดูทุเรศ ใครเบียดสู้เขาไม่ได้ ปีกหลุดปีกร่วง บอบช้ำ เสียท่าเสียที เสียแมลงเม่าไปเลย ไอ้ทีหลุดเข้าไปได้ ฉันเห็นบางตัวมัวแต่หลงระเริง ร่อนเล่นกับไฟ ปีกไหม้ เสียไปอีกเหมือนกัน

            มองอะไรแต่ที่มันร้าย ๆ ทั้งนั้นปีกใสค่อนพี่ชาย แย่งคนอื่นเขาเข้าไปได้แต่ไม่รู้ว่าควรทำตัวอย่างไรก็ช่วยไม่ได้

            มันจอมปลอมไงน้ำเสียงของเขาเยาะเย้ยเต็มที

               

อย่างแรกก็ตัวมันนั่นแหละที่จอมปลอม นึกว่าที่เข้าไปได้นั่นเก่งแล้ว เปล่า ดวงดีมั้ง อีกอย่างก็ไอ้ดวงไฟนั่นจอมปลอมเก่าคร่ำคร่า ส่องสว่างให้ดูน่าเลื่อมใสไปงั้นแหละ ไม่มีความรู้ความร้อนอะไรหรอก

            คิดบ้า ๆ

          ช่างฉันเถอะ ดีแล้วแหละที่แกไม่คิดอย่างฉัน คราวนี้ถึงทีที่แกต้องลงแข่งกับบ้านอื่นเขาด้วย อย่าให้พลาดเชียวนะ เดี๋ยวจะถูกเคี่ยวเข็ญให้เข้าแข่งใหม่อย่างฉันอีก

            พี่ไม่คิดบ้างหรือว่ามันเป็นหน้าที่

          เหรอ ดีนี่

            ไม่ต้องมาเยาะหรอก พี่ไม่ได้เกิดมาอยู่ตัวเดียวในโลกนี้นะ ถ้าพี่ว่าการเข้าไปจะทำให้พ่อแม่ตายตาหลับได้ ก็น่าจะทำ

            ปีกมอมมองหน้าน้องสาว ปีกใสก้มหน้าครุ่นคิด

          ฉันก็ไม่ชอบแย่งชิงกับเข้าหรอก แต่ฉันจะทำ เพราะคิดว่าต้องทำเธอบอกมาเสียงอ่อย คงจะดีกับตัวเองด้วยมั้ง ถ้าได้รู้ว่า ไอ้ที่พี่ว่าจอมปลอมน่ะ มันเป็นอย่างไร

            อย่าไปเอาที่ฉันพูดมาใส่ให้รกหัว พี่ปีกแก้วเขาก็เคยผ่านมาแล้ว ไม่เห็นเขารู้สึกเหมือนฉันเลย

            พี่รู้ใจเธอหรือ วันก่อนฉันกระซิบถามเธอว่า ดวงไฟเป็นอย่างไร พี่ปีกแก้วพูดว่า เบ้าหลอม

          ปีกมอมหัวเราะก๊าก

          ไม่ยักรู้แฮะ ว่าพี่เค้าก็คิดอย่างนี้ ต่อหน้าคนอื่นละว่าเราฉอด ๆ เชียว แต่แกอย่าเอาไปพูดดังนักนะ พ่อคงไม่ชอบนักหรอก

            ทำไมพี่เค้าถึงมองในแง่นี้ ในเมื่อความรู้ที่พี่ปีกแก้วเอาไปใช้ทำงานก็ได้มาจากกองไฟ

            ก็เพราะกองไฟสอนแต่สิ่งที่คิดว่าแมลงเม่าตัวนั้นต้องไปทำนะซี สอนเพื่อให้เขาไปเป็นแรงงานในส่วนที่ขาดแคลน หลอมให้เขาออกมาเพื่อเป็นกลไกในการสร้างวัตถุให้กับสังคม แกดูในใบประกาศชวนเชิญซี กองไฟเขาจะสร้างให้แกเป็นหมอ เป็นนายช่าง เป็นนักสร้างรัง หลุดออกมาจากเบ้าหลอมได้ แกก็ต้องเดินตามรางที่เขาหล่อไว้ ครูคนหนึ่งในป่าภาคเหนือโน่นยังเคยพูดเลยว่า ดวงไฟกลายเป็นเครื่องมือรับใช้นโยบายพัฒนาอุตสาหกรรม ไม่ใช่เพื่อให้แกมีความรู้

            นี่พี่ปีกแก้วเธออึดอัดขนาดนี้เชียวหรือ

            มันขึ้นกับว่าเธอยอมรับสภาพมันได้แค่ไหน ถ้าแม้เธอคิดว่าโดนหลอม แต่หันไปดูตัวอื่น ๆ มันก็ถูกหลอมเหมือนกันหมด ก็อาจปลง ๆ ไปกับมันได้

            ยังไงยังไง ฉันก็ว่าเธออึดอัดอยู่ดีนั่นแหละ อย่างพี่นี่ไม่ชอบก็บอกได้ว่าไม่ชอบ แต่พี่ปีกแก้วต้องเก็บเอาไว้ แล้วแสดงออกอีกอย่าง ปีกใสหัวเราะเสียงปร่า

          เราไม่น่าคุยเรื่องนี้กันในตอนนี้เลยนะ อีกไม่กี่อึดใจฉันก็ต้องไปแย่งเข้ากองไฟกับเขาแล้ว

            น้องอย่าลืมสิ่งที่ตั้งใจไว้ซีเขาเปลี่ยนสรรพนามเรียกน้องสาว เสียงอ่อนโยนลง โดยเฉพาะหน้าที่ต่อตัวเอง ไปค้นหามันดู จริง ๆ แล้วมันอาจจะไม่จอมปลอมก็ได้

            ยุให้ฉันไปค้นหา แล้วสิ่งที่พี่หาล่ะ เจอหรือยัง

            อะไร

          แต่งตัวมอม ๆ ทุเรศ ๆ บอกว่าแสวงหาอะไรอย่างนี้ ค้นพบอะไรที่หาแล้วหรือยังน้องสาวยิ้มล้อ หรือว่า จะเป็นตัวแสวงหาได้ ต้องเริ่มด้วยการทำตัวให้ดูโทรม ๆ เสียก่อน

            ช่างฉันเถอะ ทำอย่างนี้ มันช่วยลดอัตตาในตัวไปตั้งเยอะ

            จอมปลอมมากกว่า

          แกอย่ามาถือโอกาสเปลี่ยนเรื่อง จะไม่ไปแข่งกับเขาละซีท่า

 

เด็กสาวมองออกไปนอกหน้าต่าง เมฆที่ครึ้มฟ้ามาตั้งแต่ก่อนค่ำบังดวงดาวไว้จากสายตา ดวงไฟที่เคยสว่างอยู่หน้าบ้านก็พรางเลือนไป ด้วยแมลงเม่านับหมื่นนับแสนที่กลุ้มรุมวนเวียนและแย่งชิงกันเข้าใกล้ไฟดวงนั้น

          ที่ขอบมุ้งลวดกรุหน้าต่าง แมลงเม่าตัวหนึ่งเกาะนิ่งอย่างไม่อินังดวงไฟ เธอคิดเล่น ๆ ว่ามันคงพิการหรือมิฉะนั้นก็ขี้เกียจเกินปรกติวิสัย ย่องเข้าไปใกล้หมายจะสะกิดเตือนให้ไปเบียดเล่นกองไฟอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับพบว่า มันส่ายหน้าและยักไหล่อย่างไม่แยแส

          เด็กสาวตะลึงไปชั่วครู่ ก่อนจะบอกกับตัวเองว่าคงตาฝาดหรือไม่ก็ฟุ้งซ่านเพราะเหตุที่ใช้เวลาอ่านหนังสือมากไป เธออยากจะพักสาวตาพักสมองให้นานกว่านี้ แต่จะทำอย่างนั้นได้อย่างไร พรุ่งนี้จะเป็นวันสอบแข่งขันครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตแล้ว

 

                                                                                                                    ฉันดื่มดวงอาทิตย์ : บินหลา สันกาลาคีรี

 

 
Photo 1 of 16